วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วิธีติดตั้งและวิธีใช้โปรแกรม Movie maker

วิธีติดตั้งโปรแกรม Windows Movie Maker
1. ทำการ Unzip ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา จากนั้นก็ดับเบิ้ลคลิกเพื่อติดตั้ง ก็จะแสดงหน้าต่างดังรูป จากนั้นให้คลิก Next

2. คลิกเลือก I accept the license agreement. และคลิกปุ่ม Next ไปเรื่อยๆ จนจบ





3. ตอนนี้โปรแกรม Windows Movie Maker ก็ได้มาอยู่ในเมนูเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ





วิธีใช้โปรแกรม Windows Movie Maker
1. คลิกปุ่ม Start > All Programs > Windows Movie Maker ทีนี้โปรแกรมก็พร้อมที่จะทำงานแล้วล่ะค่ะ เอาล่ะทีนี้เราก็มารู้จักส่วนต่างๆ ของโปรแกรมกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง ดังนี้

ส่วนที่ 1 Task Pane เป็นส่วนบอกลำดับขั้นตอนในการทำวีดีโอ ซึ่งหากเราทำตามขั้นตอนตั้งแต่ 1 – 3 รับรองได้ว่ามีคลิปไว้โชว์เพื่อนๆ แน่นอนค่ะส่วนที่ 2 Collections ส่วนนี้ใช้เป็นที่เก็บไฟล์วีดีโอ, ไฟล์ภาพนิ่ง, หรือ ไฟล์เสียง ที่เราได้นำเข้ามาใช้ในการทำคลิปค่ะส่วนที่ 3 Preview ส่วนนี้สำหรับแสดงคลิปวีดีโอตัวอย่างที่ถูกเลือกขึ้นมาจากหน้าต่าง Collections หรือทดลองเล่นคลิประหว่างแก้ไขตกแต่งค่ะส่วนที่ 4 Timeline/Story board เป็นส่วนที่เราต้องใช้บ่อยที่สุดค่ะ เพราะเป็นส่วนที่ใช้ในการตกแต่งแก้ไขคลิปวิดีโอของเรานั่นเองค่ะ
2. เริ่มต้นด้วยการนำคลิปวิดีโอที่ต้องการตกแต่งเข้ามาในโปรแกรม Windows Movie Maker ค่ะ อย่างที่เรียนให้ทราบตั้งแต่ต้นว่า เราเริ่มต้นด้วยการทำงานตามลำดับใน Task Pane โดยเราสามารถนำคลิปวิดีโอเข้ามาตกแต่งได้ 4 วิธี ค่ะ คือ
- Capture from video device อันนี้สำหรับผู้ที่ต้องการนำวิดีโอจากกล้อง Digital Video (หรือที่ใครๆ มักเรียกว่า Handy -Import Video อันนี้จะเป็นการนำเข้าวิดีโอในรูปแบบของไฟล์วิดีโอที่เรามีอยู่แล้วใน Hard disk ,แผ่น CD ,ใน Thumb Drive หรือในแผ่น DVD-Import Picture เป็นการนำไฟล์รูปภาพมาสร้างเป็นคลิปวิดีโอ คล้ายสไลด์ค่ะ-Import audio or music สำหรับผู้ที่ต้องการใส่เสียงเข้าไปในคลิปวิดีโอ เมนูนี้จำเป็นอย่างมากค่ะ
3. ในทีนี้จะขอยกตัวอย่างการสร้างคลิปวิดีโอจากด้วยไฟล์รูปภาพในลักษณะของสไลด์ประกอบเสียงเพลง โดยเว็บมาสเตอร์จะคลิกที่เมนู Import Picture จากนั้นก็คลิกเลือกไฟล์รูปภาพเข้ามาก่อน ดังรูปค่ะ





4. ตอนนี้ไฟล์ภาพที่เราเลือกก็จะมาอยู่ใน Collection เรียบร้อยแล้ว

5. นำไฟล์เสียงประกอบเข้ามาด้วย โดยคลิกที่เมนู Import audio or music จากนั้นก็เลือกไฟล์เสียงที่ต้องการ ซึ่งเราสามารถที่จะใช้ไฟล์เพลง mp3 ได้ด้วยนะคะ

6. ตอนนี้ไฟล์เสียงก็เข้าใน Collection เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

7. ตอนนี้ใน Collection ก็มีไฟล์ภาพและไฟล์เสียง พร้อมให้เรานำมาสร้างเป็นคลิปวิดีโอได้แล้วล่ะค่ะ






8 . คลิก Show Timeline เพื่อทำการจัดเรียง








9. ก็จะแสดงการทำงานในลักษณะของ Timeline

10. ทำการลากไฟล์รูปภาพจาก Collection ลงมายัง Timeline ตามความต้องการค่ะ(จะลากลงมากี่ภาพก็ได้)


11. เว็บมาสเตอร์เลือกที่จะลากไฟล์รูปภาพลงมาหมดทุกรูปเลยค่ะ



12. จากนั้นคลิกกับไปยัง Show Storyboard เพื่อทำการตกแต่งคลิปวิดีโอของเราค่ะ

13. ตอนนี้ก็เข้ามาในโหมดการทำงานแบบ Storyboard แล้วล่ะค่ะ จะเห็นว่ามีรูปภาพเรียงตามลำดับจากซ้ายไปขวา

14. อธิบายเพิ่มเติมอีกนิดนึงค่ะ A คือที่ที่เราจะลากeffect มาใส่ ส่วน B คือที่ที่จะลากtransitionsมาใส่(transitionเป็นการทำeffectให้เกิดขึ้นระหว่างการเปลี่ยนรูปภาพจากอีกรูปไปยังอีกรูปค่ะ)

15. เอาล่ะ ให้เพื่อนๆ ลาก effect มาใส่ก่อนโดยคลิกที่เมนู View video effects จากนั้นก็เลือก effect ที่ต้องการ(สามารคลิกเล่นดูก่อนได้จากส่วน Preview ค่ะ) เลือกได้แล้วก็ลากeffect มาวางลงในรูปภาพบน Storyboard ได้เลยค่ะ

16. ขั้นตอนถัดมาเว็บมาเตอร์ก็ลาก Transition ลงมาวางค่ะ

17. จากรูปนี้เว็บมาสใส่ effect และ transition ลงไปทุกรูปเลยค่ะ

18. คลิกปุ่ม Show Timeline อีกครั้ง

19. เพื่อนลามารถปรับได้ว่าจะให้รูปภาพไหนเล่นหรือโชว์นานๆ ก็ให้คลิกมาค้างแล้วลากค่ะ

20. ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ด้านบนเส้น Timeline คือ ระยะเวลาที่คลิปวิดีโอจะเล่นนั่นเองค่ะ โดยมีหน่วยเป็นวินาที

21. ที่นี้ก็มาถึงขั้นตอนการใส่เสียงแล้วล่ะคะ โดยให้เพื่อนๆ คลิกไปที่เมนู Show collections

22. ทีนี้ลากไฟล์เสียงที่เตรียมไว้ใน Collection ลงมาบน Timeline ได้แล้วล่ะค่ะ

23. เสียงก็จะปรากฏบน Timeline

24. ถ้าเพลงยาวไป เราก็สามารถที่จะตัดส่วนที่ไม่ได้ใช้ออกโดยการลากส่วนท้ายหรือส่วนบนของเสียงเข้ามา

25. ทดสอบด้วยการเล่นดูค่ะว่า โอเคมั๊ย

26. ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย นั่นก็คือการบันทึกเป็นไฟล์คลิปวิดีโอค่ะ ให้คลิกที่เมนู Save to my computer ดังรูปค่ะ

27. ตั้งชื่อไฟล์(ในข้อ1) และเลือกที่เก็บไฟล์ (ในข้อ 2) ซึ่งจากตัวอย่างจะเป็นโฟลเดอร์ชื่อ My Videos (เป็นโฟลเดอร์ที่อยู่ใน My Documents อีกที)

29. คลิกที่ปุ่ม Next

30. กำลังบันทึกเป็นไฟล์วิดีโอค่ะ รอแป้บนึง

31. ถ้าต้องการให้เล่นคลิปที่เราสร้างหลังจากกดปุ่ม Finish ก็ให้เลือกดังรูปค่ะ

32. หลังจากเสร็จสิ้นจากขั้นตอนการบันทึกคลิปวิดีโอ ไฟล์ที่เราบันทึกก็จะอยู่ใน My Videos ค่ะ

33. ย้อนกลับไปที่โปรแกรม Windows Movie Maker อีกครั้ง เพื่อทำการ Save Project ที่เราได้ทำขึ้น ประโยชน์ของการ Save Project ก็คือ สามารถนำมาแก้ไขปรับแต่งภายหลังได้นั่นเองค่ะ โดยคลิกที่เมนู File > Save Project As..

34. เลือกโฟลเดอร์ที่จะเก็บ Project ของเรา จากนั้นคลิก Save ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนค่ะ
เนื้อหาบทความเรื่องการทำคลิปวิดีโอโดยโปรแกรม Windows Movie Maker นี้เป็นการรวมรัดขั้นตอนให้ง่ายๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งคลิปวิดีโออย่างเร็วและง่ายที่สุด จนทำให้อาจข้ามขั้นตอนบางอย่างขั้นตอนไป



















































































































































































































































































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น